แมว กับ นกพิราบ
ช่วงนี้ข่าวการเมืองกำลังร้อนแรงนะจ๊ะ หาเสียงเลือกตั้งกันอย่างดุเดือด ตัวหมองเองอยู่ที่เชียวใหม่ จะสังเกตได้เลยว่า วิธีการหาเสียงในปีนี้ที่เด่นชัดมากๆ คือการใช้ป้ายหาเสียงให้เป็นที่ดึงดูดสายตา พรรคใดจับจองที่ได้ไวก็จะวางป้ายเรียวกันเป็นระยะๆ ยาวไปจนสุดถนนสายนั้นๆ จนไม่มีเสาไฟฟ้าว่างให้พรรคอื่นเลย แต่สภาพป้ายนั้นมีทั้งสมบูรณ์และใบสมบรูณ์ปนเปกันไป บางป้ายถูกเจาะถูกกรีดเอาแต่ส่วนใบหน้าหายไป ให้เห็นเป็นช่องโหว่ สามารถเอาใบหน้าเราเข้าไปแทนและแอบถ่ายรูปเล่นได้ว่าครั้งหนึ่งเราก็เคยมีป้ายหาเสียง กับเขาบ้างเหมือนกัน
นึกถึงการเมือง…นึกถึงขบวนการเสรีชน จึงทำให้หมอนึกไปถึง…นกพิราบแห่งเสรีภาพ.
จนมาเข้าเรื่องได้ว่า…นกพิราบกับเจ้าแมวเหมียว จะเกี่ยวข้องอะไรกันบ้าง เป็นศัตรูกันตามธรรมชาติ แมวตะครุบนกพิราบ กัด สะบัด เหวี่ยง และอาจกินเข้าไป นกก็ดิ้นๆ ตายไป ส่วนแมวได้ฝึกลับเขี้ยวเล็บและอาจได้กินนกจนอิ่มท้อง แต่หมอขอเล่าอีกมุมว่าเจ้าเหมียวนั้น อาจเสี่ยงต่อการติดโรคจากนกพิราบได้นะจ๊ะ และทำ ให้เกิดผลเสียต่อแมวจนอาจถึงกับตาบอด…แมวโดน นกจิกตาจนบอดน่ะรึ…หี…หึ…ไม่ใช่จ้ะ แต่มาจากเหตุที่แมวติดเชื้อราจากสิ่งขับถ่ายหรืออึของนกพิราบ ซึ่งก็คือเชื้อ “คริปโตค็อกคัส นีโอฟอร์แมน” (Cryptococcus neo- formans) (อย่างกับ แบน ฟอร์เมน หากให้จำง่ายๆ) โดยแมวอาจติดเชื้อรานี้ได้จากการหายใจเข้าไปในจมูก เชื้อรานี้จะขยายจำนวนโดยการแบ่งตัวของสปอร์ เมื่อ สปอร์เชื้อราได้เข้าไปอยู่ในโพรงจมูกแล้วจะขยาย แตกหน่อจำนวนสปอร์ให้มากขึ้นอีก

อาการที่พบในแมว คือ สันจมูกเริ่มบวม หายใจ เสียงดังครืดๆ คราดๆ มากกว่าปกติ หากแมวที่เป็นเรื่อรังมากๆ สันจมูกจะบวมเป็นก้อนนูนใหญ่มากขึ้นไปจนถึงเบ้าตา จนบวมปูดแทบไม่เห็นนัยน์ตา และที่ร้ายแรงมากกว่านั้น หากมีการติดเชื้อลามไปที่ระบบประสาทเข้าไปใน โพรงสมอง แมวจะมีอาการชักได้ หากติดเชื้อไปถึงระบบประสาทตาที่อยู่ข้างหลังกระบอกตา แมวจะตาบอดได้ หากแมวตัวใดมีการติดเชื้อแบคทีเรีย แทรกซ้อน เราจะเห็นแมวมีหนองไหลย้อยเหม็นๆ ออกมาจากจมูก
อย่างไรก็ดี เชื้อราชนิดนี้ไม่ได้ทำให้แมวเกิดโรคได้ง่ายๆ เพราะขึ้นอยู่กับภูมิต้านทานในแมวแต่ละตัวด้วย นานๆ ที ที่หมอจะพบเจอกับแมวที่ติดเชื้อรานี้
การตรวจวินิจฉัยว่าแมวมีเชื้อรา นี้อยู่ในโพรงจมูก หรือไม่ เริ่มต้นโดยการเก็บตัวอย่างทางเซลล์วิทยา (Cytology) เก็บเอาเนื้อเยื่อหรือจากน้ำคัดหลั่งในโพรงจมูก มาย้อมสีพิเศษดูเชื้อราทางกล้องจุลทรรศน์ ซึ่งจะเป็นการยืนยันได้ว่าเจ้าเหมียวได้ติดเชื้อรานี้แน่นอน เพื่อที่จะให้ยา รักษาได้ถูกต้องต่อไป
การรักษาแมวที่ติดเชื้อราชนิด นี้ จะต้องป้อนยารักษากันเป็นระยะยาวประมาณ 1 – 2 เดือน โดยใช้ยาสำหรับฆ่าเชื้อรา เช่น Itraconazole (5 มิลลิกรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม) หรือ Fluconazole (50 มิลลิกรัม ต่อแมว 1 ตัว) วันละ 2 ครั้ง ในแมวบางตัวที่มีน้ำมูกไหลออกมาเหม็นเป็นหนอง จะพิจารณาให้มีการล้างโพรงจมูก เหมือนกับในคนที่เป็นไซนัสแล้วมีหนองติดเชื้อ ในโพรงจมูก เพื่อล้างเอาเชื้อโรคต่างๆ และเนื้อเยื่อที่ตายแล้ว ให้ออกมาจากโพรงจมูกเพื่อความสะอาด ไม่หมักหมม และที่โชคร้ายหน่อยในแมวบางตัวที่อาจต้องมีการผ่าตัด ศัลยกรรมตกแต่งโพรงจมูกกันใหม่หากโพรงจมูกมีการตีบตัน
แมวตัวใดที่ติด เชื้อในระยะแรกๆโพรงจมูกยังไม่เละ ไม่อักเสบมากเนื่องจากเจ้าของแมวเอามารักษาได้ทันท่วงที แค่การป้อนยากินก็จะรักษาหายได้ไม่ยาก แต่ในแมวบางตัวที่มีการอักเสบของโพรงจมูกมากๆ จนเน่าเฟะเป็นรู เนื้อจมูกหลุดหายไปบางส่วน การรักษาจะใช้เวลานาน และจมูกของแมวอาจไม่กลับมาอยู่ในสภาพปกติ กลายเป็นแมวพิการจมูกแหว่งได้ และที่รุนแรงในแมวบางตัวอาจถึงขั้น ตาบอด ชัก นิสัยเปลี่ยนเป็นแมวต๊องๆ ไปเลยก็มีนะจ๊ะ คล้ายๆ กับกรณีของน้องบิ๊ก นักร้องวงดีทูบีที่เสียชีวิต เพราะมีเชื้อราลามเข้าไปในสมอง น่าสงสารมากๆ จนมี แฟนคลับมาไว้อาลัยกันอย่างล้นหลาม ส่วน ในแมวก็เป็นไปได้เช่นกันที่เชื้อราจะลาม จากจมูกเข้าสู่สมองจนเสียชีวิตได้ แต่ต่างกันตรงที่เจ้าเหมียว คงไม่มีแฟนคลับมากัน มากมาย คงมีแต่เจ้าของแมว ที่เลี้ยงด้วยกันมา… (เศร้า…)
การป้องกันไม่ให้เจ้าเหมียวติด เชื้อราชนิดนี้ เมื่อเรารู้ว่าอึของนกพิราบคือแหล่งของเชื้อรา เราจะต้องระวังอย่าให้เจ้าเหมียวไปเล่นคลุกคลีกับนกพิราบ และบริเวณที่มีอึของนกปนเปื้อนเลอะเทอะอยู่ ควรเลี้ยงแมวให้อยู่ในบริเวณที่สะอาด ไม่อับชื้น เพราะ บริเวณที่อับชื้นมักเป็นแหล่งสะสมของเชื้อราและเชื้อโรคอื่นๆ ได้อีกมากมาย
การ เลี้ยงเจ้าเหมียวให้มีภูมีต้านทานและสุขภาพ ที่ดีนั้น อาหารต้องดี ที่อยู่อาศัยต้องดี สุขภาพจิตแมว ก็จะดีตามไปด้วย…ไม่เครียด…กินอิ่ม…นอนหลับ… ขับถ่ายสบาย และอากาศหายใจก็ต้องสดชื่น…ส.ส.ท่านใด ที่ทำให้ประชาชนทุกคนและแมวทุกตัวมีความเป็นอยู่ที่ดี แบบนี้ได้…เราขอเลือกท่านตลอดไป…
จากนิตยสาร Catmagazine

